"พึ่งตื่นงั้นเหรอ?" เวเวียร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเตียงพูดขึ้น
"เช้าแล้วเหรอคะ......"
"ตอนนี้ก็ประมาณ 7 โมงกว่าแล้วน่ะ" เวเวียร์มองไปที่นาฬิกาเพื่อดูเวลา
"แล้วเซ็นเซย์ล่ะคะ เขาไปฝึกที่โรงฝึกอยู่งั้นเหรอคะ" ฮารุกะถามในขณะที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่น
"ไม่หรอก เจ้านั่นไปโรงเรียนแล้วล่ะ"
"เห ตระกูลชนชั้นสูงอย่างตระกูลเวอร์วาร์ดนี่ ต้องไปโรงเรียนด้วยเหรอคะ นึกว่าจะให้อยู่เรียนแต่ในคฤหาสน์หลังนี้กับอาจารย์ดีๆซะอีก"
"เปล่าเลย เจ้านั่นอยากไปโรงเรียนเองตะหาก เห็นบอกว่าอยากจะเรียนกับสามัญชน แล้วก็ การเรียนในโรงเรียนมันได้พบปะกับเพื่อนที่หลากหลายกว่า อิสระกว่าน่ะ เห็นว่ามาอย่างนั้น"
"เป็นแบบนี้นี่เอง....เดี๋ยวนะคะ.....ถ้าวันนี้เซ็นเซย์ไปโรงเรียน ก็หมายความว่า...." ฮารุกะเริ่มตื่นเต็มที่
"วันนี้วันจันทร์ ฉันก็ต้องไปโรงเรียนด้วยน่ะสิคะ!!!" ฮารุกะรีบลงจากเตียงและรีบไปอาบน้ำ
"ให้ตายสิ ฉันก็ลืมไปว่าเธอเป็นแค่เด็กธรรมดาทั่วไป ต้องไปโรงเรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์เหมือนกับเจ้านั้นนี่นา!!"
หลังจากนั้น ทั้งคฤหาสน์ก็ต้องวุ่น เพราะต้องรีบเตรียมตัวให้สาวน้อยในไปโรงเรียนให้ทัน......
❖❈❖
ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เวย์เลอร์ เวอร์วาร์ด ก็ได้มาถึงโรงเรียนของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ห้องเรียนนั้นเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนในเครื่องแบบของโรงเรียน โรงเรียนแห่งนี้คืออันเลื่องชื่อที่สุดในมหานครคาลิปต้าร์แห่งนี้
"ตอนเทศกาลเมื่อวันก่อนน่ะ นายไปท้าสู้กับเจ้าเกรทซอร์ดนั่นใช่มั้ยวะ ฉันเห็นนะเว้ย โคตรเจ็งไปเลย!!!" เสียงของเด็กหนุ่ม ทำให้เพื่อนทั้งห้องหันมาสนใจเรื่องของเวย์เลอร์
อัลเฟรด เวเดลีน (Alfread Vedeline) เขาเป็นเพื่อนชายที่สนิทที่สุดในโรงเรียนนี้ ถึงแม้เขาจะมีหน้าตาที่ค่อนข้างนักเลงไปบ้างก็ตาม แต่ก็เป็นคนดีเกินคาด
"เวย์เลอร์เอาอีกแล้วเหรอวะ"
"แค่ในโรงเรียนยังไม่พอใจเขาสินะเนี่ย"
"ยังสุดยอดเหมือนเดิมเลยนะ"
เสียงของเพื่อนๆในห้องพูดขึ้นมาเสียงดัง
"ก็นะ....อยู่บ้านอย่างเดียวมันน่าเบื่อออก ฉันเลยออยากลองสู้กับคนที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาบ้าง เขาเรียกว่าเก็บประสบการณ์ไง" เวย์เลอร์ทำท่าทางภูมิใจ
ปึง!
เสียงของกองกระดาษกองใหญ่ตั้งลงบนโต๊ะของเวย์เลอร์
"อะไรเนี่ย!" เวย์เลอร์ตกใจกับกองกระดาษที่อยู่ตรงหน้า
"ชีทการบ้านงานค้างที่นายสั่งไว้ยังไงล่ะ" เด็กสาวที่ดูเหมือนจะเป็นคนขนมานั้นเป็นคนพูดขึ้น
"หัวหน้า!" อัลเฟรดตะโกนขึ้นขณะที่เห็นเธอยืนอยู่ข้างๆโต๊ะ
อะคัทสึกิ นัทสึกิ หัวหน้าห้องของห้องที่เวย์เลอร์เรียนอยู่ เธอมีผมยาวสีน้ำตาลเข้ม ดวงตากลมโต และ...เตี้ย
"ยัยเตี้ยนี่นา" เวย์เลอร์หันไปทักทายเธอ
"ต....เตี้ยเหรอ" เธอยกแฟ้มที่ถืออยู่ขึ้นมา พร้อมกับฟาดเข้าไปที่หน้าของเวย์เลอร์
"อ้าาาาาาากกกกกก!!!"
"ฉันไม่ได้เตี้ยแล้วนะ! ดูสิฉันสูงขึ้นตั้งหลายเซ็นเชียว!" เธอพยายามยืดตัวเพื่อให้ตนเองสูงขึ้น
"อย่างเธอไม่จำเป็นต้องสูงหรอกมั้ง เตี้ยแบบนี้แหละ ฉันจะได้รู้ว่าเธอคืออะคัทสึกิ นัทสึกิ"
"คิดว่าตัวเองสูงตายล่ะ!!" เธอทำท่าจะยกแฟ้มมาฟาดเวย์เลอร์อีกครั้ง
"อะคัทสึกิ......เดี๋ยวนะ!" เวย์เลอร์พูดขึ้นมา ทำให้นัทสึกิเริ่มวางแฟ้มลง
"มีอะไรงั้นเหรอ?"
"อะคัทสึกิ.....เธอรู้จักคนที่ชื่อ อะคัทสึกิ ฮารุกะรึเปล่า" เวย์เลอร์หันหน้าไปถามเธอ
"ฮารุกะ.....ใครน่ะ ฉันไม่รู้จักญาติชื่อแบบนี้นะ"
"แย่จังแฮะ.....ไม่รู้จักจริงๆงั้นเหรอ"
"จริงๆนะ ฉันไม่เคยรู้จักญาติชื่อแบบนี้เลย นายรู้งั้นเหรอ"
"เธอเป็นลูกสาวของ อะคัทสึกิ ฮามุระ เจ้าสำนักวิชาดาบอะคัทสึกิ...แล้วก็นะ....ตอนนี้เธอมาเป็นลูกศิษย์ฉันแล้วล่ะ"
"โอ้โหว หน้าอย่างนายเป็นอาจารย์กับเขาได้ด้วยเรอะ" อัลเฟรดพูดขึ้นมา
"ไม่รู้สิ อยู่ดีๆเธอก็มาขอเป็นลูกศิษย์ตั้งแต่ฉันไปสู้กับเจ้าเกรทซอร์ดนั่นน่ะ"
"เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ...อะคัทสึกิ ฮามุระ? นั่นชื่อพ่อฉันนี่"
"ก็คงใช่แหละนะ น่าจะพ่อของเธอแหละ.....เดี๋ยวนะ! เธอบอกว่าพ่อของเธองั้นเหรอ!"
"ก็ใช่ไง นี่ฉันไม่เคยบอกงั้นเหรอ?"
"ก็ไม่เคยดิ ขนาดฉันที่เป็นพวกสอดรู้เรื่องชาวบ้าน ฉันยังไม่รู้เลยว่าตระกูลเธอมีสำนักวิชาดาบด้วย" อัลเฟรดพูดขึ้นมา
"ฉันก็พึ่งรู้นี่แหละ ว่าพ่อตัวเองเปิดสำนักดาบด้วย!"
"เอางี้ เพื่อให้จบเรื่องนี้แบบง่ายๆ เดี๋ยววันนี้ ตอนเย็นมาที่บ้านฉันก็แล้วกัน ตอนนี้ฮารุกะกำลังพักอยู่ที่บ้านพอดี"
"เล่นชวนไปบ้านตัวเองอย่างงี้เลยเหรอ!? แสบใช่เล่นนะเนี่ย เวย์เลอร์" อัลเฟรดทำหน้าตาเจ้าเล่ห์
"ฉันไม่ทำเรื่องอะไรพรรณนั้นหรอก ขืนทำ มีหวังโดนยัยดาบไฟไล่ฟาดจนตายแหง"
และแล้ว....เสียงออดโรงเรียนก็ดังขึ้น นักเรียนทุกคนจึงเข้าเตรียมตัวที่จะเรียนในคาบเรียนแรก
❖❈❖
เสียงออดดังขึ้นในตอนเย็น บอกให้รู้ทั่วกันว่า ถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว เหล่านักเรียนต่างทำความสะอาดห้องเรียน และเก็บอุปกรณ์การเรียน ท้องฟ้าเริ่มเป็นสีส้ม หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ เวย์เลอร์และนัทสึกิก็เริ่มเดินทางกลับบ้านด้วยกันสองต่อสอง ซึ่งอาจทำให้หลายๆคนที่ไม่รู้อะไรนั้น จะเข้าใจผิดไปเล็กน้อยถึงมาก
"ทำไมเธอถึงไม่ได้อยู่กับพ่อตัวเองล่ะ" เวย์เลอร์ถามขณะเดินออกมาจากโรงเรียนได้ไม่นานนัก
"ฉันก็ไม่รู้อะไรหรอก....ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่กับคุณย่าที่เมืองนี้แล้วน่ะ"
"งี้นี่เอง สงสัยคงจะมีวิชาลับอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถถ่ายทอดให้เธอได้ เลยจำเป็นต้องให้เธอห่างจากที่นั่นเอาไว้"
"งี้นี่เอง สงสัยคงจะมีวิชาลับอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถถ่ายทอดให้เธอได้ เลยจำเป็นต้องให้เธอห่างจากที่นั่นเอาไว้"
"เดี๋ยวสิ ไอ้จ้อสันนิฐานแบบไม่มีเหตุผลนี่มันอะไรกัน!"
"ก็แค่สุ่มเดาเฉยๆเอง"
"ช่างมันเถอะ....ยังไงซะ ฉันก็อยากถามเด็กคนนั้นดูเหมือนกัน"
"จริงๆแล้วถ้าอยากรู้แบบถึงแก่นแท้จริงๆน่ะ ไปถามพ่อของเธอไม่ดีกว่าเหรอ"
"แต่ฉันไม่รู้ที่อยู่นี่นา.....เห็นว่าเด็กคนนั้นอยู่กับพ่อหนิ เดี๋ยวถ้าได้เจอหน้ากับคงต้องถามซักหน่อย"
"รอให้ถึงก่อนก็แล้วกัน"
และแล้ว.....ในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินอยู่ในย่านการค้าแห่งหนึ่งนั่นเอง.......
"เฮ้อ......หลังๆชักจะเบื่อกับการสู้กับคนด้วยกันเองซะแล้วสิ" เวย์เลอร์พูดเรื่อยเปื่อยไปขณะที่กำลังเดินข้ามถนน ซึ่งมีคนอยู่จำนวนมาก
"หมายความว่าไง?"
"ก็อยากจะลองสู้กับพวกอื่นที่ผิดแปลกไปมั่งดูอ่ะ อย่างเช่นพวก สัตว์ประหลาดยักษ์ หรือหุ่นยนต์อะไรพวกนี้....."
"ของแบบนั้นมันจะไปมีได้ยังไงล่ะ"
"อา....นั่นสินะ"
ตูมมมม
ในตอนนั้นเอง....อะไรบางอย่างที่ตกลงมาจากฟ้า ทำให้พื้นที่แถวนั้นเกิดการสั่นสะเทือน
"อะไรน่ะ....แผ่นดินไหวงั้นเหรอ" เวย์เลอร์หันไปทางที่ต้นกำเนิดของแรงนั่น
"นั่นมัน.....อะไรน่ะ"
สิ่งที่เวย์เลอร์และนัทสึกิกับคนอื่นๆเห็นนั้น.....คือจักรกลรูปร่างเหมือนเกราะยุโรปขนาดยักษ์ยืนอยู่ตรงถนนใหญ่ ผิวของเกราะนั่นเป็นสีดำสนิท แต่ถึงกระนั้น ผิวของเกราะนั่นก็ยังมันวาว สะท้อนแสงให้เห็นถึงท้องฟ้าในยามเย็น ในมือด้านซ้ายนั้น ถือดาบขนาดใหญ่ ซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับดาบในตำนานเล่มหนึ่ง ซึ่งเวย์เลอร์เอง ก็รู้จักดีเช่นกัน
"หุ่นยนต์.....งั้นเหรอ" หลังจากผ่านไปได้ชั่วครู่ หุ่นตัวนั้น เริ่มขยับดาบของตน และเริ่มกวัดแกว่งดาบ ราวกับอัศวินอันบ้าคลั่ง
"ดูเป็นอัศวินที่แข็งแกร่งดีแฮะ แต่พลังขนาดนั้น ฉันคงพอสู้ด้วยได้" เวย์เลอร์ยืนบ่นพึมพำขณะที่คนอื่นๆ รวมทั้งนัทสึกิเองกำลังวิ่งหนีออกจากที่นี่อยู่
"เวย์เลอร์ รีบหนีเร็วเข้า!"
"เดี๋ยวฉันขอจัดการเจ้านี่ก่อน" ว่าแล้วเขาก็ทำท่าจะหยิบดาบออกมา.....แต่ทว่า.....
"เดี๋ยวฉันขอจัดการเจ้านี่ก่อน" ว่าแล้วเขาก็ทำท่าจะหยิบดาบออกมา.....แต่ทว่า.....
"......เดี๋ยวนะ ดาบฉันล่ะ!" ด้วยความที่โรงเรียนมีกฎไว้ว่า ห้ามพกอาวุธ หรือของมีคมมาโรงเรียน ซึ่งดาบไม้ของเขาก็เข้าข่ายอาวุธเช่นกัน จึงไม่แปลก ที่เขาจะไม่ได้เอามาด้วย
"ถ้าไม่มีดาบ ฉันก็แค่พวกไก่อ่อนที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ดิ!!!" ว่าแล้วเขาเองก็ต้องรีบวิ่งให้ไวเช่นกัน
"อ๊ะ เซ็นเซย์!" เสียงของเด็กผู้หญิงที่เขารู้จัก ดังมาจากอีกฝั่งของถนน
"ฮารุกะ!" เวย์เลอร์หันไปหาเธอ ในขณะนี้เธออยู่ในชุดของนักเรียนญี่ปุ่น ม.ต้น และสิ่งที่พาดอยู่ข้างหลังเธอนั่นก็คือ.......ดาบ!!! ซึ่งมีเรโซแนนเซอร์ซึ่งเธอใช้ซ้อม และมุรามะสะ ซึึ่งเป็นดาบไม้ของเวย์เลอร์เอง
"เดี๋ยวนะ เธอเอาดาบมาด้วยงั้นเหรอ"
"เรื่องมันยาวน่ะค่ะ แต่ว่า...จะใช้ดาบใช่มั้ยล่ะคะ" เธอหยิบดาบมุรามะสะ และโยนดาบเล่มนั้นไปให้เวย์เลอร์
"ขอบใจมาก" เขาร่ายเวทย์ใส่ดาบ เพื่อแปลงเป็นดาบคาตะนะของจริง
"ฉันขอร่วมสู้ด้วยนะคะ" เธอหยิบเรโซแนนเซอร์ออกมาอีกเล่ม และตั้งท่า
"จะสู้จริงๆเหรอ แค่การควบคุมเวทย์กับทริกเกอร์ของเธอยังไม่ดีพอเลยนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากจะลองฝึกภาคสนามดูบ้าง....เขาเรียกว่าเก็บประสบการณ์ยังไงล่ะคะ"
"อา....นั่นสินะ งั้นฉันจะไม่ห้ามก็แล้วกัน"
"เย้!"
"เอาล่ะ เริ่มละนะ" เวย์เลอร์ก็ตั้งท่าเช่นเดียวกัน
"ได้เลยค่ะ!"
"ไปล่ะ!" เวย์เลอร์และฮารุกะเริ่มออกตัววิ่งพร้อมกัน
"ดูๆแล้วทำให้นึกถึงอัศวินอังกฤษเลยนะ เจ้าหุ้นยักษ์ตัวนี้"
"นั่นสินะคะ แต่เจ้าตัวนี้ ถือดาบหน้าตาคุ้นๆด้วยล่ะคะ"
"อา...ไม่ผิดแน่ ดาบของมันน่ะ เลียนแบบมาจากเอ็กซ์คาลิเบอร์เลยล่ะ เหมือนกับที่ฉันทำไง" ในตอนนั้นเอง เวย์เลอร์ก็วิ่งไปถึงที่ขาของหุ่นตัวนั้น และฟันเขาไปที่ตรงข้อเท้าของมัน
ชิ้ง!
เกราะในส่วนนั้น ไม่มีรอยขีดข่วนขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"ฮารุกะ ระวังไว้ด้วย วัสดุที่เจ้านี่ใช้ ไม่ใช่แค่โลหะธรรมดาแล้ว"
"น่าจะใช่นะคะ...."
"อะไรล่ะนั่น" เมื่อเวย์เลอร์หันไปดูฮารุกะนั้น ก็ต้องตกใจพลังการทำลายล้างของเรโซแนนเซอร์ ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เกราะของหุ่นเสียหายหนักมากก็ตาม แต่เธอก็สามารถทำให้เกิดไฟลุกขึ้นที่จุดเล็กๆได้
"แต่ก็ยังทำให้เจ้านี่หยุดการเคลื่อนไหวไม่ได้เลยค่ะ" ฮารุกะพูด ขณะที่กำลังฟันเข้าไปที่ขาของมันต่อไป
"ถ้ามัวแต่ทำให้เกิดความเสียหายแค่ที่ขาอย่างเดียว คงทำให้มันหยุดไม่ได้แน่"
'ดาบของเราก็ทำความเสียหายไม่ได้ด้วยแฮะ แต่ถึงดาบของฮารุกะจะทำได้ แต่มันก็ช้ามาก' เวย์เลอร์คิดในใจ
"คิดออกแล้ว!" เวย์เลอร์พูดขึ้นมา
"อะไรงั้นเหรอคะ"
"ลองทำตามที่ฉันบอกนะ"
"ได้เลยค่ะ ว่าแต่....ต้องทำยังไงคะ?" ทั้งสองกระโดดลงมาที่ดาดฟ้าตึกแห่งหนึ่ง เพื่อให้พวกตนปลอดภัยจากหุ่นตัวนั้น
"ดาบของฉันน่ะ ทำความเสียหายไม่ได้เลย ส่วนดาบของเธอน่ะ ทำได้อยู่แต่ก็เล็กน้อยสินะ"
"ก็ตามนั้นค่ะ"
"ฉันเลยคิดว่า ถ้าเธอลองโจมตีแบบกระจายไปทั่วๆดู อาจจะทำความเสียหาบแบบเยอะๆได้นะ แต่ปัญหาคือ ดาบของเธอค่อนข้างช้า ถ้าโจมตีแบบกระจายไปทั่ว อาจจะสร้างความเสียหายมากๆไม่ได้"
"เซ็นเซย์จะให้ฉันทำอะไรงั้นเหรอคะ"
"อยากจะให้เธอโจมตีไปทั่วๆหุ่นตัวนั้น ส่วนจะทำยังไงให้เจ้านั้นเสียหายมากๆ เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง"
"รับทราบค่ะ" ว่าแล้วทั้งคู่ก็กระโดดขึ้นไปบนหุ่นนั่นอีกครั้ง โดยครั้งนี้ฮารุกะปีนขึ้นไปที่ส่วนบนของมัน เพื่อจะให้การโจมตีกระจายไปทั่ว ส่วนเวย์เวย์เลอร์ก็ขึ้นไปที่ส่วนแขนขวา
"เริ่มโจมตีได้!" เมื่อฮารุกะได้ยินดังนั้น เธอจึงฟาดลงไปที่หัวของมัน ทำให้ไฟที่ออกมานั้น กระจายไปทั่วตัวช่วงบนของหุ่น
"ถึงตาฉันบ้าง" เวย์เลอร์ตั้งท่าร่ายเวทย์
"ลมปักษาทมิฬ!" ทันใดนั้น ก็มีลมแรงออกมาจากดาบของเขา ทำให้ไฟเล็กๆทั้งหลายเริ่มกลายเป็นเพลิงกองใหญ่ และนั่น ทำให้หุ่นยักษ์เริ่มหยุดเคลื่อนไหว
"เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆด้วย" เวย์เลอร์รีบกระโดดออกมาจากหุ่น ก่อนที่ไฟจะมาหาเขา
"เซ็นเซย์ยอดไปเลย!!" ฮารุกะกระโดดตามมาทีหลัง
"ก็กะไว้แล้ว....เธอใช้เวทย์ธาตุไฟเป็นหลัก ในการโจมตีครั้งนี้ โดยไฟนั่นเป็นสะเก็ดจากการโจมตีของเธอ ซึ่งไฟนั่นน่าจะมีความสามารถในการหลอมละลายโลหะ แต่ข้อเสียของมันคือ จะมีจำนวนน้อยมาก ทำให้ไม่สามารถลามเป็นเพลิงขนาดใหญ่ได้ ฉันก็เลยคิดว่า ถ้าใช้ลมพัดใส่ไฟมันจะเป็นยังไง และนี่แหละ ก็คือผลลัพธ์ของมัน"
หลังจากหุ่นนั่นนึ่งไปซักพัก มันก็เริ่มขยับตัวอีกครั้ง
"อะไรน่ะ หรือว่า ไฟจะทำอะไรมันไม่ได้ ทั้งที่ลามไปทั่วตัวแล้วแท้ๆ"
ครืนนนนน
หุ่นตัวนั้นค่อยๆลอยขึ้นไปบนฟ้า และบินไปอย่างช้าๆ ทั้งที่ยังมีไฟลุกอยู่ทั่วตัวก็ตาม
"ให้ตายสิ นึกว่าจะยอมสู้ต่อ ที่แท้ก็กลับไปตั้งหลักนี่เอง"
"เซ็นเซย์คิดว่า เจ้านั่นจะกลับมาอีกมั้ยคะ"
"ฉันคิดว่าน่าจะมานะ แต่เมื่อไหร่ ที่ไหน ฉันก็ไม่รู้หรอก"
"ขอภาวนาว่าอย่ามาหาพวกเราเลยนะคะ"
"อา นั่นสินะ"
หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
❖❈❖
"เฮ้ยๆ พาสาวมาบ้าน แถมไปตีกับหุ่นยักษ์นั่น แล้วกลับบ้านมาทำหน้าแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี่ย หมายความว่าไงกันยะ" หลังจากพวกเขากลับถึงบ้าน ก็ได้พบกับเวเวียร์ ซึ่งดักรออยู่หน้าประตูบ้านแล้ว
"คือ...มันมีเหตุผลนะ"
"ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิงล่ะก็ ฉันเข้าใจนะ แต่ไอ้เรื่องที่ไปโจมตีเจ้านั่นน่ะ มันมีเหตุผลที่จะต้องไปทำด้วยเหรอ"
"ก็...ฮารุกะบอกว่าอยากจะฝึกภาคสนามของจริงมั่งไง"
"แต่เซ็นเซย์บอกว่าอยากจะสู้เองไม่ใช่เหรอคะ"
"นี่ก็ไม่ช่วยกันเลย!"
"โดนดีแน่นอน!"
"ก่อนหน้านั้น ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ เธอรู้จักเจ้าหุ่นนั่นมั้ย?"
"คิดจะเปลี่ยนเรื่องเหรอยะ!"
"ไม่ช่ายยยย! ฉันเตรียมพร้อมโดนแล้ว แต่แค่อยากรู้ข้อมูลหน่อยเอง"
"ก็ได้....."
'เกือบแล้ว' เวย์เลอร์คิดในใจ
"ถึงจะไม่แน่ใจก็เถอะ เท่าที่ฉันพอรู้มาก็.....เจ้าหุ้นนั่นน่ะ เป็นหุ่นที่กองทัพอังกฤษพัฒนาเอาไว้ มันมีประสิทธิภาพอย่างมากในการทำลายล้าง ดูเหมือนว่า ข้างในนั้นจะมีคนขับมันด้วยนะ"
"คนขับงั้นเหรอ....ยังกะกัน*ั้มยังไงหยั่งงั้นเลยแฮะ" เวย์เลอร์ทำหน้าครุ่นคิด
"นอกจากนี้...เกราะของเจ้านั่นก็ทำจากวัสดุไม่ทราบชื่อ แล้วก็นะ......พลังงานของเจ้านั่นน่ะ คือทริกเกอร์ของผู้ขับ"
"ทริกเกอร์....ไม่ใช่พลังเวทย์หรอกเหรอ"
"ก็ไม่ใช่ไง อังกฤษน่ะ ปัจจุบันก็มีพลังเวทย์เหลือน้อยแล้วด้วย ถ้าจะมีเทคโนโลยีที่ไม่ใช้พลังเวทย์ออกมาก็ไม่แปลก"
"นั่นก็จริงนะ"
"แล้วที่ถามมาเนี่ย ถามทำไมเหรอ"
"ก็แค่ลองคิดทฤษฎีถึงที่ๆมันอยู่น่ะ"
"นี่ยังไม่ล้มเลิกใช่มั้ย!"
"ไม่ใช่โว้ย! แค่ลองคิดดูเฉยๆน่ะ"
"แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ"
"ลองคิดดูเล่นๆนะ เจ้าหุ่นอังกฤษนั่นน่ะ ดูดทริกเกอร์จากผู้ใช้ ถ้าเป็นอย่างนั้น คนขับมันก็ต้องมีทริกเกอร์มากใช่มั้ยล่ะ"
"ก็จริงละน่ะ"
"แต่ถึงจะมากยังไง ดูจากสภาพแล้ว เจ้าคนขับคงโดนดูดไปจนเหลือน้อยอยู่ดี"
"แต่ถึงจะมากยังไง ดูจากสภาพแล้ว เจ้าคนขับคงโดนดูดไปจนเหลือน้อยอยู่ดี"
"จะหมายความว่าไง"
"และพอมาลองคิดแล้ว หุ่นนั่นน่ะ ไม่มีอุปกรณ์ช่วยในการบินเลย ฉันเลยคิดว่า เจ้านั่นน่ะ ต้องบินด้วยเวทย์ของคนขับแน่นอน"
"แล้วยังไงต่อ"
"พอลองคิดดู เวทย์บินน่ะ ต้องใช้เวทย์ในการลอยตัว ซึ่งต้องใช้ทริกเกอร์เยอะมากในการที่จะทำให้เจ้ายักษ์นั่น บินได้ แต่ถ้าลองประกอบกับเหตุผลที่ว่า ทริกเกอร์โดนดูดจนเหลือน้อย ฉันเลยคิดว่า คนขับหุ่นนั่น คงใช้เวทย์ให้หุ่นบินฝ่าทะเลไปถึงเกาะบริเตนไม่ได้แน่ๆ ตอนแรก ฉันก็ไม่แน่ใจหรอก.....แต่พอลองคิดดูว่า เจ้ายักษ์นั่น ไม่ได้บินไปทางเกาะบริเตนวํกหน่อย ทำให้สิ่งที่ฉันคิด มาความถูกต้อง ประมาณ 80% ขึ้นไป"
"นายกำลังจะบอกอะไร"
"ฉันกำลังจะบอกว่า ที่เก็บหุ่นตัวนั้นน่ะ อยู่ในประเทศนี้ยังไงล่ะ"
END ตอนที่ 3