หน้าเว็บ

วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2559

Swordwielder ตอนที่ 3 อัศวินสวมเกราะ กับดาบในศิลา

"งืม......." ฮารุกะตื่นขึ้นบนเตียงในห้องๆหนึ่ง มันเต็มไปด้วยกลิ่นของดอกไม้ และน้ำหอม หลังจากที่เธอได้ฝึกกับเวย์เลอร์จนเหนื่อย เธอก็พลอยหลับไปเอง จนทำให้เวเวียร์ต้องอุ้มพามานอนที่ห้องของเธอ
"พึ่งตื่นงั้นเหรอ?" เวเวียร์ที่นั่งอยู่ข้างๆเตียงพูดขึ้น
"เช้าแล้วเหรอคะ......"
"ตอนนี้ก็ประมาณ 7 โมงกว่าแล้วน่ะ" เวเวียร์มองไปที่นาฬิกาเพื่อดูเวลา
"แล้วเซ็นเซย์ล่ะคะ เขาไปฝึกที่โรงฝึกอยู่งั้นเหรอคะ" ฮารุกะถามในขณะที่ยังกึ่งหลับกึ่งตื่น
"ไม่หรอก เจ้านั่นไปโรงเรียนแล้วล่ะ"
"เห ตระกูลชนชั้นสูงอย่างตระกูลเวอร์วาร์ดนี่ ต้องไปโรงเรียนด้วยเหรอคะ นึกว่าจะให้อยู่เรียนแต่ในคฤหาสน์หลังนี้กับอาจารย์ดีๆซะอีก"
"เปล่าเลย เจ้านั่นอยากไปโรงเรียนเองตะหาก เห็นบอกว่าอยากจะเรียนกับสามัญชน แล้วก็ การเรียนในโรงเรียนมันได้พบปะกับเพื่อนที่หลากหลายกว่า อิสระกว่าน่ะ เห็นว่ามาอย่างนั้น"
"เป็นแบบนี้นี่เอง....เดี๋ยวนะคะ.....ถ้าวันนี้เซ็นเซย์ไปโรงเรียน ก็หมายความว่า...." ฮารุกะเริ่มตื่นเต็มที่
"วันนี้วันจันทร์ ฉันก็ต้องไปโรงเรียนด้วยน่ะสิคะ!!!" ฮารุกะรีบลงจากเตียงและรีบไปอาบน้ำ
"ให้ตายสิ ฉันก็ลืมไปว่าเธอเป็นแค่เด็กธรรมดาทั่วไป ต้องไปโรงเรียนตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์เหมือนกับเจ้านั้นนี่นา!!"
หลังจากนั้น ทั้งคฤหาสน์ก็ต้องวุ่น เพราะต้องรีบเตรียมตัวให้สาวน้อยในไปโรงเรียนให้ทัน......


     ในช่วงเวลาเดียวกันนั้น เวย์เลอร์ เวอร์วาร์ด ก็ได้มาถึงโรงเรียนของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ห้องเรียนนั้นเต็มไปด้วยเหล่านักเรียนในเครื่องแบบของโรงเรียน โรงเรียนแห่งนี้คืออันเลื่องชื่อที่สุดในมหานครคาลิปต้าร์แห่งนี้ 
"ตอนเทศกาลเมื่อวันก่อนน่ะ นายไปท้าสู้กับเจ้าเกรทซอร์ดนั่นใช่มั้ยวะ ฉันเห็นนะเว้ย โคตรเจ็งไปเลย!!!" เสียงของเด็กหนุ่ม ทำให้เพื่อนทั้งห้องหันมาสนใจเรื่องของเวย์เลอร์
     อัลเฟรด เวเดลีน (Alfread Vedeline) เขาเป็นเพื่อนชายที่สนิทที่สุดในโรงเรียนนี้ ถึงแม้เขาจะมีหน้าตาที่ค่อนข้างนักเลงไปบ้างก็ตาม แต่ก็เป็นคนดีเกินคาด
"เวย์เลอร์เอาอีกแล้วเหรอวะ"
"แค่ในโรงเรียนยังไม่พอใจเขาสินะเนี่ย"
"ยังสุดยอดเหมือนเดิมเลยนะ"
เสียงของเพื่อนๆในห้องพูดขึ้นมาเสียงดัง
"ก็นะ....อยู่บ้านอย่างเดียวมันน่าเบื่อออก ฉันเลยออยากลองสู้กับคนที่ไม่คุ้นหน้าคุ้นตาบ้าง เขาเรียกว่าเก็บประสบการณ์ไง" เวย์เลอร์ทำท่าทางภูมิใจ
ปึง!
เสียงของกองกระดาษกองใหญ่ตั้งลงบนโต๊ะของเวย์เลอร์
"อะไรเนี่ย!" เวย์เลอร์ตกใจกับกองกระดาษที่อยู่ตรงหน้า
"ชีทการบ้านงานค้างที่นายสั่งไว้ยังไงล่ะ" เด็กสาวที่ดูเหมือนจะเป็นคนขนมานั้นเป็นคนพูดขึ้น
"หัวหน้า!" อัลเฟรดตะโกนขึ้นขณะที่เห็นเธอยืนอยู่ข้างๆโต๊ะ
อะคัทสึกิ นัทสึกิ หัวหน้าห้องของห้องที่เวย์เลอร์เรียนอยู่ เธอมีผมยาวสีน้ำตาลเข้ม ดวงตากลมโต และ...เตี้ย
"ยัยเตี้ยนี่นา" เวย์เลอร์หันไปทักทายเธอ
"ต....เตี้ยเหรอ" เธอยกแฟ้มที่ถืออยู่ขึ้นมา พร้อมกับฟาดเข้าไปที่หน้าของเวย์เลอร์
"อ้าาาาาาากกกกกก!!!"
"ฉันไม่ได้เตี้ยแล้วนะ! ดูสิฉันสูงขึ้นตั้งหลายเซ็นเชียว!" เธอพยายามยืดตัวเพื่อให้ตนเองสูงขึ้น
"อย่างเธอไม่จำเป็นต้องสูงหรอกมั้ง เตี้ยแบบนี้แหละ ฉันจะได้รู้ว่าเธอคืออะคัทสึกิ นัทสึกิ"
"คิดว่าตัวเองสูงตายล่ะ!!" เธอทำท่าจะยกแฟ้มมาฟาดเวย์เลอร์อีกครั้ง
"อะคัทสึกิ......เดี๋ยวนะ!" เวย์เลอร์พูดขึ้นมา ทำให้นัทสึกิเริ่มวางแฟ้มลง
"มีอะไรงั้นเหรอ?"
"อะคัทสึกิ.....เธอรู้จักคนที่ชื่อ อะคัทสึกิ ฮารุกะรึเปล่า" เวย์เลอร์หันหน้าไปถามเธอ
"ฮารุกะ.....ใครน่ะ ฉันไม่รู้จักญาติชื่อแบบนี้นะ"
"แย่จังแฮะ.....ไม่รู้จักจริงๆงั้นเหรอ"
"จริงๆนะ ฉันไม่เคยรู้จักญาติชื่อแบบนี้เลย นายรู้งั้นเหรอ"
"เธอเป็นลูกสาวของ อะคัทสึกิ ฮามุระ เจ้าสำนักวิชาดาบอะคัทสึกิ...แล้วก็นะ....ตอนนี้เธอมาเป็นลูกศิษย์ฉันแล้วล่ะ"
"โอ้โหว หน้าอย่างนายเป็นอาจารย์กับเขาได้ด้วยเรอะ" อัลเฟรดพูดขึ้นมา
"ไม่รู้สิ อยู่ดีๆเธอก็มาขอเป็นลูกศิษย์ตั้งแต่ฉันไปสู้กับเจ้าเกรทซอร์ดนั่นน่ะ"
"เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ...อะคัทสึกิ ฮามุระ? นั่นชื่อพ่อฉันนี่"
"ก็คงใช่แหละนะ น่าจะพ่อของเธอแหละ.....เดี๋ยวนะ! เธอบอกว่าพ่อของเธองั้นเหรอ!"
"ก็ใช่ไง นี่ฉันไม่เคยบอกงั้นเหรอ?"
"ก็ไม่เคยดิ ขนาดฉันที่เป็นพวกสอดรู้เรื่องชาวบ้าน ฉันยังไม่รู้เลยว่าตระกูลเธอมีสำนักวิชาดาบด้วย" อัลเฟรดพูดขึ้นมา
"ฉันก็พึ่งรู้นี่แหละ ว่าพ่อตัวเองเปิดสำนักดาบด้วย!"
"เอางี้ เพื่อให้จบเรื่องนี้แบบง่ายๆ เดี๋ยววันนี้ ตอนเย็นมาที่บ้านฉันก็แล้วกัน ตอนนี้ฮารุกะกำลังพักอยู่ที่บ้านพอดี"
"เล่นชวนไปบ้านตัวเองอย่างงี้เลยเหรอ!? แสบใช่เล่นนะเนี่ย เวย์เลอร์" อัลเฟรดทำหน้าตาเจ้าเล่ห์
"ฉันไม่ทำเรื่องอะไรพรรณนั้นหรอก ขืนทำ มีหวังโดนยัยดาบไฟไล่ฟาดจนตายแหง"
และแล้ว....เสียงออดโรงเรียนก็ดังขึ้น นักเรียนทุกคนจึงเข้าเตรียมตัวที่จะเรียนในคาบเรียนแรก



     เสียงออดดังขึ้นในตอนเย็น บอกให้รู้ทั่วกันว่า ถึงเวลาเลิกเรียนแล้ว เหล่านักเรียนต่างทำความสะอาดห้องเรียน และเก็บอุปกรณ์การเรียน ท้องฟ้าเริ่มเป็นสีส้ม หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจ เวย์เลอร์และนัทสึกิก็เริ่มเดินทางกลับบ้านด้วยกันสองต่อสอง ซึ่งอาจทำให้หลายๆคนที่ไม่รู้อะไรนั้น จะเข้าใจผิดไปเล็กน้อยถึงมาก
"ทำไมเธอถึงไม่ได้อยู่กับพ่อตัวเองล่ะ" เวย์เลอร์ถามขณะเดินออกมาจากโรงเรียนได้ไม่นานนัก
"ฉันก็ไม่รู้อะไรหรอก....ตั้งแต่จำความได้ก็อยู่กับคุณย่าที่เมืองนี้แล้วน่ะ"
"งี้นี่เอง สงสัยคงจะมีวิชาลับอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถถ่ายทอดให้เธอได้ เลยจำเป็นต้องให้เธอห่างจากที่นั่นเอาไว้"
"เดี๋ยวสิ ไอ้จ้อสันนิฐานแบบไม่มีเหตุผลนี่มันอะไรกัน!"
"ก็แค่สุ่มเดาเฉยๆเอง"
"ช่างมันเถอะ....ยังไงซะ ฉันก็อยากถามเด็กคนนั้นดูเหมือนกัน"
"จริงๆแล้วถ้าอยากรู้แบบถึงแก่นแท้จริงๆน่ะ ไปถามพ่อของเธอไม่ดีกว่าเหรอ"
"แต่ฉันไม่รู้ที่อยู่นี่นา.....เห็นว่าเด็กคนนั้นอยู่กับพ่อหนิ เดี๋ยวถ้าได้เจอหน้ากับคงต้องถามซักหน่อย"
"รอให้ถึงก่อนก็แล้วกัน"
และแล้ว.....ในระหว่างที่พวกเขากำลังเดินอยู่ในย่านการค้าแห่งหนึ่งนั่นเอง.......
"เฮ้อ......หลังๆชักจะเบื่อกับการสู้กับคนด้วยกันเองซะแล้วสิ" เวย์เลอร์พูดเรื่อยเปื่อยไปขณะที่กำลังเดินข้ามถนน ซึ่งมีคนอยู่จำนวนมาก
"หมายความว่าไง?"
"ก็อยากจะลองสู้กับพวกอื่นที่ผิดแปลกไปมั่งดูอ่ะ อย่างเช่นพวก สัตว์ประหลาดยักษ์ หรือหุ่นยนต์อะไรพวกนี้....."
"ของแบบนั้นมันจะไปมีได้ยังไงล่ะ"
"อา....นั่นสินะ"
ตูมมมม
ในตอนนั้นเอง....อะไรบางอย่างที่ตกลงมาจากฟ้า ทำให้พื้นที่แถวนั้นเกิดการสั่นสะเทือน
"อะไรน่ะ....แผ่นดินไหวงั้นเหรอ" เวย์เลอร์หันไปทางที่ต้นกำเนิดของแรงนั่น
"นั่นมัน.....อะไรน่ะ"
     สิ่งที่เวย์เลอร์และนัทสึกิกับคนอื่นๆเห็นนั้น.....คือจักรกลรูปร่างเหมือนเกราะยุโรปขนาดยักษ์ยืนอยู่ตรงถนนใหญ่ ผิวของเกราะนั่นเป็นสีดำสนิท แต่ถึงกระนั้น ผิวของเกราะนั่นก็ยังมันวาว สะท้อนแสงให้เห็นถึงท้องฟ้าในยามเย็น ในมือด้านซ้ายนั้น ถือดาบขนาดใหญ่ ซึ่งมีรูปร่างเหมือนกับดาบในตำนานเล่มหนึ่ง ซึ่งเวย์เลอร์เอง ก็รู้จักดีเช่นกัน
"หุ่นยนต์.....งั้นเหรอ" หลังจากผ่านไปได้ชั่วครู่ หุ่นตัวนั้น เริ่มขยับดาบของตน และเริ่มกวัดแกว่งดาบ ราวกับอัศวินอันบ้าคลั่ง
"ดูเป็นอัศวินที่แข็งแกร่งดีแฮะ แต่พลังขนาดนั้น ฉันคงพอสู้ด้วยได้" เวย์เลอร์ยืนบ่นพึมพำขณะที่คนอื่นๆ รวมทั้งนัทสึกิเองกำลังวิ่งหนีออกจากที่นี่อยู่
"เวย์เลอร์ รีบหนีเร็วเข้า!"
"เดี๋ยวฉันขอจัดการเจ้านี่ก่อน" ว่าแล้วเขาก็ทำท่าจะหยิบดาบออกมา.....แต่ทว่า.....
"......เดี๋ยวนะ ดาบฉันล่ะ!" ด้วยความที่โรงเรียนมีกฎไว้ว่า ห้ามพกอาวุธ หรือของมีคมมาโรงเรียน ซึ่งดาบไม้ของเขาก็เข้าข่ายอาวุธเช่นกัน จึงไม่แปลก ที่เขาจะไม่ได้เอามาด้วย
"ถ้าไม่มีดาบ ฉันก็แค่พวกไก่อ่อนที่ใช้เวทมนตร์ไม่ได้ดิ!!!" ว่าแล้วเขาเองก็ต้องรีบวิ่งให้ไวเช่นกัน
"อ๊ะ เซ็นเซย์!" เสียงของเด็กผู้หญิงที่เขารู้จัก ดังมาจากอีกฝั่งของถนน
"ฮารุกะ!" เวย์เลอร์หันไปหาเธอ ในขณะนี้เธออยู่ในชุดของนักเรียนญี่ปุ่น ม.ต้น และสิ่งที่พาดอยู่ข้างหลังเธอนั่นก็คือ.......ดาบ!!! ซึ่งมีเรโซแนนเซอร์ซึ่งเธอใช้ซ้อม และมุรามะสะ ซึึ่งเป็นดาบไม้ของเวย์เลอร์เอง
"เดี๋ยวนะ เธอเอาดาบมาด้วยงั้นเหรอ"
"เรื่องมันยาวน่ะค่ะ แต่ว่า...จะใช้ดาบใช่มั้ยล่ะคะ" เธอหยิบดาบมุรามะสะ และโยนดาบเล่มนั้นไปให้เวย์เลอร์
"ขอบใจมาก" เขาร่ายเวทย์ใส่ดาบ เพื่อแปลงเป็นดาบคาตะนะของจริง
"ฉันขอร่วมสู้ด้วยนะคะ" เธอหยิบเรโซแนนเซอร์ออกมาอีกเล่ม และตั้งท่า
"จะสู้จริงๆเหรอ แค่การควบคุมเวทย์กับทริกเกอร์ของเธอยังไม่ดีพอเลยนะ"
"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันอยากจะลองฝึกภาคสนามดูบ้าง....เขาเรียกว่าเก็บประสบการณ์ยังไงล่ะคะ"
"อา....นั่นสินะ งั้นฉันจะไม่ห้ามก็แล้วกัน"
"เย้!"
"เอาล่ะ เริ่มละนะ" เวย์เลอร์ก็ตั้งท่าเช่นเดียวกัน
"ได้เลยค่ะ!"
"ไปล่ะ!" เวย์เลอร์และฮารุกะเริ่มออกตัววิ่งพร้อมกัน
"ดูๆแล้วทำให้นึกถึงอัศวินอังกฤษเลยนะ เจ้าหุ้นยักษ์ตัวนี้"
"นั่นสินะคะ แต่เจ้าตัวนี้ ถือดาบหน้าตาคุ้นๆด้วยล่ะคะ"
"อา...ไม่ผิดแน่ ดาบของมันน่ะ เลียนแบบมาจากเอ็กซ์คาลิเบอร์เลยล่ะ เหมือนกับที่ฉันทำไง" ในตอนนั้นเอง เวย์เลอร์ก็วิ่งไปถึงที่ขาของหุ่นตัวนั้น และฟันเขาไปที่ตรงข้อเท้าของมัน
ชิ้ง!
เกราะในส่วนนั้น ไม่มีรอยขีดข่วนขึ้นเลยแม้แต่น้อย
"ฮารุกะ ระวังไว้ด้วย วัสดุที่เจ้านี่ใช้ ไม่ใช่แค่โลหะธรรมดาแล้ว"
"น่าจะใช่นะคะ...." 
"อะไรล่ะนั่น" เมื่อเวย์เลอร์หันไปดูฮารุกะนั้น ก็ต้องตกใจพลังการทำลายล้างของเรโซแนนเซอร์ ถึงแม้จะไม่ได้ทำให้เกราะของหุ่นเสียหายหนักมากก็ตาม แต่เธอก็สามารถทำให้เกิดไฟลุกขึ้นที่จุดเล็กๆได้
"แต่ก็ยังทำให้เจ้านี่หยุดการเคลื่อนไหวไม่ได้เลยค่ะ" ฮารุกะพูด ขณะที่กำลังฟันเข้าไปที่ขาของมันต่อไป
"ถ้ามัวแต่ทำให้เกิดความเสียหายแค่ที่ขาอย่างเดียว คงทำให้มันหยุดไม่ได้แน่"
'ดาบของเราก็ทำความเสียหายไม่ได้ด้วยแฮะ แต่ถึงดาบของฮารุกะจะทำได้ แต่มันก็ช้ามาก' เวย์เลอร์คิดในใจ
"คิดออกแล้ว!" เวย์เลอร์พูดขึ้นมา
"อะไรงั้นเหรอคะ"
"ลองทำตามที่ฉันบอกนะ"
"ได้เลยค่ะ ว่าแต่....ต้องทำยังไงคะ?" ทั้งสองกระโดดลงมาที่ดาดฟ้าตึกแห่งหนึ่ง เพื่อให้พวกตนปลอดภัยจากหุ่นตัวนั้น
"ดาบของฉันน่ะ ทำความเสียหายไม่ได้เลย ส่วนดาบของเธอน่ะ ทำได้อยู่แต่ก็เล็กน้อยสินะ"
"ก็ตามนั้นค่ะ"
"ฉันเลยคิดว่า ถ้าเธอลองโจมตีแบบกระจายไปทั่วๆดู อาจจะทำความเสียหาบแบบเยอะๆได้นะ แต่ปัญหาคือ ดาบของเธอค่อนข้างช้า ถ้าโจมตีแบบกระจายไปทั่ว อาจจะสร้างความเสียหายมากๆไม่ได้"
"เซ็นเซย์จะให้ฉันทำอะไรงั้นเหรอคะ"
"อยากจะให้เธอโจมตีไปทั่วๆหุ่นตัวนั้น ส่วนจะทำยังไงให้เจ้านั้นเสียหายมากๆ เดี๋ยวฉันจะจัดการเอง"
"รับทราบค่ะ" ว่าแล้วทั้งคู่ก็กระโดดขึ้นไปบนหุ่นนั่นอีกครั้ง โดยครั้งนี้ฮารุกะปีนขึ้นไปที่ส่วนบนของมัน เพื่อจะให้การโจมตีกระจายไปทั่ว ส่วนเวย์เวย์เลอร์ก็ขึ้นไปที่ส่วนแขนขวา
"เริ่มโจมตีได้!" เมื่อฮารุกะได้ยินดังนั้น เธอจึงฟาดลงไปที่หัวของมัน ทำให้ไฟที่ออกมานั้น กระจายไปทั่วตัวช่วงบนของหุ่น
"ถึงตาฉันบ้าง" เวย์เลอร์ตั้งท่าร่ายเวทย์
"ลมปักษาทมิฬ!" ทันใดนั้น ก็มีลมแรงออกมาจากดาบของเขา ทำให้ไฟเล็กๆทั้งหลายเริ่มกลายเป็นเพลิงกองใหญ่ และนั่น ทำให้หุ่นยักษ์เริ่มหยุดเคลื่อนไหว
"เป็นไปตามที่คาดไว้จริงๆด้วย" เวย์เลอร์รีบกระโดดออกมาจากหุ่น ก่อนที่ไฟจะมาหาเขา
"เซ็นเซย์ยอดไปเลย!!" ฮารุกะกระโดดตามมาทีหลัง
"ก็กะไว้แล้ว....เธอใช้เวทย์ธาตุไฟเป็นหลัก ในการโจมตีครั้งนี้ โดยไฟนั่นเป็นสะเก็ดจากการโจมตีของเธอ ซึ่งไฟนั่นน่าจะมีความสามารถในการหลอมละลายโลหะ แต่ข้อเสียของมันคือ จะมีจำนวนน้อยมาก ทำให้ไม่สามารถลามเป็นเพลิงขนาดใหญ่ได้ ฉันก็เลยคิดว่า ถ้าใช้ลมพัดใส่ไฟมันจะเป็นยังไง และนี่แหละ ก็คือผลลัพธ์ของมัน"
หลังจากหุ่นนั่นนึ่งไปซักพัก มันก็เริ่มขยับตัวอีกครั้ง
"อะไรน่ะ หรือว่า ไฟจะทำอะไรมันไม่ได้ ทั้งที่ลามไปทั่วตัวแล้วแท้ๆ"
ครืนนนนน
หุ่นตัวนั้นค่อยๆลอยขึ้นไปบนฟ้า และบินไปอย่างช้าๆ ทั้งที่ยังมีไฟลุกอยู่ทั่วตัวก็ตาม
"ให้ตายสิ นึกว่าจะยอมสู้ต่อ ที่แท้ก็กลับไปตั้งหลักนี่เอง"
"เซ็นเซย์คิดว่า เจ้านั่นจะกลับมาอีกมั้ยคะ"
"ฉันคิดว่าน่าจะมานะ แต่เมื่อไหร่ ที่ไหน ฉันก็ไม่รู้หรอก"
"ขอภาวนาว่าอย่ามาหาพวกเราเลยนะคะ"
"อา นั่นสินะ"
หลังจากนั้นพวกเขาก็ทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น


"เฮ้ยๆ พาสาวมาบ้าน แถมไปตีกับหุ่นยักษ์นั่น แล้วกลับบ้านมาทำหน้าแบบไม่มีอะไรเกิดขึ้นเนี่ย หมายความว่าไงกันยะ" หลังจากพวกเขากลับถึงบ้าน ก็ได้พบกับเวเวียร์ ซึ่งดักรออยู่หน้าประตูบ้านแล้ว
"คือ...มันมีเหตุผลนะ"
"ถ้าเป็นเรื่องผู้หญิงล่ะก็ ฉันเข้าใจนะ แต่ไอ้เรื่องที่ไปโจมตีเจ้านั่นน่ะ มันมีเหตุผลที่จะต้องไปทำด้วยเหรอ"
"ก็...ฮารุกะบอกว่าอยากจะฝึกภาคสนามของจริงมั่งไง"
"แต่เซ็นเซย์บอกว่าอยากจะสู้เองไม่ใช่เหรอคะ"
"นี่ก็ไม่ช่วยกันเลย!"
"โดนดีแน่นอน!"
"ก่อนหน้านั้น ฉันขอถามอะไรหน่อยสิ เธอรู้จักเจ้าหุ่นนั่นมั้ย?"
"คิดจะเปลี่ยนเรื่องเหรอยะ!"
"ไม่ช่ายยยย! ฉันเตรียมพร้อมโดนแล้ว แต่แค่อยากรู้ข้อมูลหน่อยเอง"
"ก็ได้....."
'เกือบแล้ว' เวย์เลอร์คิดในใจ
"ถึงจะไม่แน่ใจก็เถอะ เท่าที่ฉันพอรู้มาก็.....เจ้าหุ้นนั่นน่ะ เป็นหุ่นที่กองทัพอังกฤษพัฒนาเอาไว้ มันมีประสิทธิภาพอย่างมากในการทำลายล้าง ดูเหมือนว่า ข้างในนั้นจะมีคนขับมันด้วยนะ"
"คนขับงั้นเหรอ....ยังกะกัน*ั้มยังไงหยั่งงั้นเลยแฮะ" เวย์เลอร์ทำหน้าครุ่นคิด
"นอกจากนี้...เกราะของเจ้านั่นก็ทำจากวัสดุไม่ทราบชื่อ แล้วก็นะ......พลังงานของเจ้านั่นน่ะ คือทริกเกอร์ของผู้ขับ"
"ทริกเกอร์....ไม่ใช่พลังเวทย์หรอกเหรอ"
"ก็ไม่ใช่ไง อังกฤษน่ะ ปัจจุบันก็มีพลังเวทย์เหลือน้อยแล้วด้วย ถ้าจะมีเทคโนโลยีที่ไม่ใช้พลังเวทย์ออกมาก็ไม่แปลก"
"นั่นก็จริงนะ"
"แล้วที่ถามมาเนี่ย ถามทำไมเหรอ"
"ก็แค่ลองคิดทฤษฎีถึงที่ๆมันอยู่น่ะ"
"นี่ยังไม่ล้มเลิกใช่มั้ย!"
"ไม่ใช่โว้ย! แค่ลองคิดดูเฉยๆน่ะ"
"แล้วนายคิดว่ายังไงล่ะ"
"ลองคิดดูเล่นๆนะ เจ้าหุ่นอังกฤษนั่นน่ะ ดูดทริกเกอร์จากผู้ใช้ ถ้าเป็นอย่างนั้น คนขับมันก็ต้องมีทริกเกอร์มากใช่มั้ยล่ะ"
"ก็จริงละน่ะ"
"แต่ถึงจะมากยังไง ดูจากสภาพแล้ว เจ้าคนขับคงโดนดูดไปจนเหลือน้อยอยู่ดี"
"จะหมายความว่าไง"
"และพอมาลองคิดแล้ว หุ่นนั่นน่ะ ไม่มีอุปกรณ์ช่วยในการบินเลย ฉันเลยคิดว่า เจ้านั่นน่ะ ต้องบินด้วยเวทย์ของคนขับแน่นอน"
"แล้วยังไงต่อ"
"พอลองคิดดู เวทย์บินน่ะ ต้องใช้เวทย์ในการลอยตัว ซึ่งต้องใช้ทริกเกอร์เยอะมากในการที่จะทำให้เจ้ายักษ์นั่น บินได้ แต่ถ้าลองประกอบกับเหตุผลที่ว่า ทริกเกอร์โดนดูดจนเหลือน้อย ฉันเลยคิดว่า คนขับหุ่นนั่น คงใช้เวทย์ให้หุ่นบินฝ่าทะเลไปถึงเกาะบริเตนไม่ได้แน่ๆ ตอนแรก ฉันก็ไม่แน่ใจหรอก.....แต่พอลองคิดดูว่า เจ้ายักษ์นั่น ไม่ได้บินไปทางเกาะบริเตนวํกหน่อย ทำให้สิ่งที่ฉันคิด มาความถูกต้อง ประมาณ 80% ขึ้นไป"
"นายกำลังจะบอกอะไร"
"ฉันกำลังจะบอกว่า ที่เก็บหุ่นตัวนั้นน่ะ อยู่ในประเทศนี้ยังไงล่ะ"

END ตอนที่ 3

Swordwielder ตอนที่ 2 เวเวียร์ ดาบแห่งเพลิง

     หลังจากที่เวย์เลอร์กลับจากงานเทศกาลมาถึงบ้าน เขาก็เข้าไปฝึกซ้อมในโรงฝึกทันที...ก่อนจะมีเมดมาบอกว่ามีคนมาขอพบที่หน้าบ้าน เขาจึงลองออกไปดู....
"เฮ้ยๆ มาเร็วไปแล้วนะเฟ้ย" เขาพบกับสาวน้อยจากตระกูลอะคัทสึกิ....อะคัทสึกิฮารุกะนั่นเอง
"เดี๋ยวนะ.....แล้วไอกองกระเป๋านั่นมันอะไร....." เวย์เลอร์พูดพลางชี้ไปที่กระเป๋าใบใหญ่3-4ใบที่อยู่ด้านหลังของเธอ
"ก็.....มาพักชั่วคราวไงล่ะคะ" เธอตอบ
"เยอะขนาดนี้มันไม่ชั่วคราวแล้วเว้ย! บ้านฉันเรียกย้ายเข้าอยู่แล้ว!!!"
"ว่าแต่...บ้านของเซ็นเซย์นี่ใหญ่จังนะคะ ใหญ่กว่าคฤหาสน์แถวบ้านฉันอีก"
"ก็นะ ฉันอยู่ตระกูลชนชั้นสูงนี่....เดี๋ยว เรื่องที่แล้วยังไม่เคลียร์เลย!"
"ส่งเสียงเอะอะอะไรกันนักหนา!!!" มีเสียงๆหนึ่งดังขึ้นจากข้างหลังของเวย์เลอร์
"เฮือก!!!" เวย์เลอร์สีหน้าซีดลง ก่อนจะหันไปหาต้นเสียง
"นั่นใครน่ะ" เสียงนั้นมาจากเด็กสาวผมยาวสีดำ กำลังสวมชุดนอน เธอมีชื่อว่า เวเวียร์ เวอร์วาร์ด (Wewir Verward) เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของเวย์เลอร์ซึ่งอาศัยอยู่ในบ้านหลังเดียวกัน
"ก็...ลูกบ้านอะคัทสึกิที่มาขอเป็นลูกศิษย์ฉันไงเล่า"
"เหรอ........"
"ก็เออดิ"
"ไม่ใช่ว่า ไปลักพาตัวเด็กที่ไหนมานะ"
"นี่เธอ....ไม่เคยเชื่อใจฉันเลยใช่มั้ยเนี่ย!!!"
"ก็เลิกเชื่อใจไปตั้งแต่ไปเจอคอลเล็คชั่นสาวน้อยในห้องแกแล้วล่ะ!!!"
"กะแล้วเชียว! ให้เมดปกปิดความลับไว้มันไม่ใช่ทางที่ปลอดภัยจริงๆด้วยสิ!!!"
"พูดเรื่องอะไรกันอยู่เหรอคะ....คอลเล็คชั่นสาวน้อย?"
"ไม่มีอะไรหรอก แค่เรื่องส่วนตัวนิดๆหน่อยๆเอง......" เวย์เลอร์หันมาพูดกับฮารุกะ
"ก็แค่รสนิยมหื่นๆของเจ้าบ้านี่เอง" เวเวียร์พูดขึ้นมา
"อ้อ ลืมแนะนำไป คนๆนี้คือ เวเวียร์ เวอร์วาร์ด เป็นลูกพี่ลูกน้องของฉันเอง"
"ฝากตัวด้วย" เวเวียร์พูด
"ฝากตัวด้วยค่ะ!" ฮารุกะพูด


หลังจากนั้น เวย์เลอร์ก็ได้พาฮารุกะไปที่โรงฝึก
"เอาล่ะ ก่อนอื่นเลย เธอต้องมีดาบก่อน....."
"ดาบ......"
"อย่าบอกว่าเธอไม่ได้เตรียมมาด้วยน่ะ!!" เวย์เลอร์เอามือกุมหัว
"งั้น......ใช้ดาบของฉันไปก่อนละกัน" หลังจากที่พูดจบ เวย์เลอร์ก็ใช้ดาบร่ายเวทย์ ทันได้นั้น ก็มีดาบจำนวนสิบกว่าเล่มปรากฏออกมา
"ว้าวววววววว!!" เมื่อฮารุกะได้เห็นดาบทั้งหมดตรงหน้า เธอก็ต้องตกตะลึง
"น...นี่มัน ดาบของวิลเลี่ยม วอร์เลซ วีรบุรุษของสก็อตแลนด์ แล้ววก็ ตรงนั้นก็คือ ดาบคุซานางิ ดาบของจักรพรรดิญี่ปุ่น ดาบของเซนต์ปีเตอร์ก็มี แล้วก็ตรงนั้น!! ดาบในตำนานกษัตริย์อาเธอร์ เอกซ์คาลิเบอร์ ดาบในศิลา มีแต่ดาบในตำนานทั้งนั้นเลยนี่นา!!!!!" สาวน้อยดวงตาเป็นประกายทันที เมื่อได้เห็นดาบแต่ละเล่มที่ลอยเรียงกันอยู่บนอากาศ
"แต่ว่า....ดาบทั้งหมดนี่เป็นของจริงงั้นเหรอคะ"
"ไม่ใช่หรอก....ดาบทั้งหมดฉันแกะสลักจากไม้ แล้วใช้พลังเวทย์แปลงวัสดูให้เป็นโลหะน่ะ"
"ว้าวววว ถึงจะไม่ใช่ดาบจริง แต่เซ็นเซย์ทำแบบนี้ได้ถือว่าสุดยอดมากค่ะ!!"
"แต่ไม่ใช่ว่าฉันทำเป็นแต่ดาบไม้หรอกนะ" เวย์เลอร์พูดพลางชี้ไปที่ดาบรูปร่างแปลกประหลาดเล่มหนึ่ง
"น...นี่มัน" ฮารุกะจ้องไปที่ดาบทั้งสองเล่มนั้น
"ดาบเล่มนั้นคือเรโซแนนเซอร์ (Resonancer) ดาบแห่งเสียงก้องกังวาล ดาบนี้ฉันตีเองกับมือเลยนะ"
"เซ็นเซย์สุดยอดไปเลย! ตีดาบเองเป็นด้วย!!"
"แต่มันก็ออกจะยากไปหน่อยน่ะ....ฉันเลยไม่อยากทำอีก ตอนนี้ก็ลืมวิธีไปหมดแล้วล่ะ"
"อึก......หนักอ่ะ" ฮารุกะหยิบดาบเล่มนั้นมาถือไว้ แต่เนื่องจากดาบเล่มนั้นทำจากเหล็กของจริง ทำให้ปลายดาบเล่มนั้นหล่นตกลงไปปักกับพื้น
"ให้ตายสิ....ของจริงมันก็ต้องหนักอยู่แล้วล่ะ" เวย์เลอร์พูดพลางหยิบดาบเล่มนั้นขึ้นมาถือ
"ตกลงเธอจะเลือดเล่มนี้สินะ" หลังพูดจบ เวย์เลอร์ก็ร่ายเวทย์ใส่ดาบเล่มนั้น เพื่อให้ฮารุกะสามารถถือดาบได้
"รับไป ฉันร่ายเวทย์ให้ดาบเบาลงแล้ว" เวย์เลอร์โยนดาบให้ ฮารุกะจึงวิ่งไปรับ
"....แต่ก็ยังหนักอยู่ดีอ่ะ"
"เฮ้อ....ลองฝึกไปเรื่อยๆเดี๋ยวก็ชินเองแหละ" เวย์เลอร์พูดพลางถอนหายใจ


"อะไรกันเนี่ย กำลังฝึกกันอยู่งั้นเหรอ" ขณะที่เวย์เลอร์และฮารุกะกำลังฝึกการประลองดาบอยู่นั้น เวเวียร์ก็เดินเข้ามาในสนามฝึก ทำให้เวย์เลอร์และฮารุกะหยุดการฝึกกลางคันและหันมาหาเธอ
"ว่าแต่เธอมาทำอะไรที่นี่ล่ะ" เขาถามเวย์เวียร์
"ก็แค่อยากมาทดสอบเจ้าดาบไม้แถวนี้ซักหน่อย อยากรู้ว่าช่วงนี้ฝีมือพัฒนาไปถึงไหนแล้ว"
"เอาจริงดิ"
"เอาจริงสิ" เวเวียร์เริ่มแสยะยิ้ม
"แย่แล้วสิ......" เวย์เลอร์เริ่มกุมขมับ
"เซ็นเซย์...เป็นอะไรงั้นเหรอคะ?"
"ยัยนั่นน่ะ ถึงฝีมือดาบจะสู้ฉันไม่ค่อยได้ก็เถอะ แต่ยัยนั่นถนัดเวทย์ธาตุไฟกับลมสุดๆ ซึ่งธาตุไฟเป็นธาตุที่ฉันตั้งรับได้ยากที่สุดซะด้วย...ถ้าได้ดวลตัวต่อตัวล่ะก็ โอกาสชนะคงได้ไม่เกิน 30% แหงๆ"
"เป็นอะไรไปล่ะ เริ่มกลัวขึ้นมารึไง" เวเวียร์พูดพลางเสกดาบของตนเองออกมา
"คิดว่าฉันเป็นคนแบบไหนกัน....ถ้ามีศึกต่อสู้ ต้องอย่าหนี....นั่นเป็นกฎของตระกูลเวอร์วาร์ดไม่ใช่รึไง" เวย์เลอร์หยิบดาบมาสะมุเนะ และมุรามะสะออกมา
"321 เริ่มได้!!!" เวเวียร์พูดและเริ่มออกตัววิ่งอย่างรวดเร็ว
"ให้ตายสิ! ยังเริ่มเร็วเหมือนเคยเลยนะ!" เวเลอร์ไขว้ดาบไว้แล้วเริ่มร่ายเวทย์ป้องกัน
"กระบวนท่า วิหกอัคคี!!!" เปลวไฟเริ่มลูกโชนขึ้นที่ดาบของเธอ ก่อนมันจะปะทะเข้ากับเวทย์ป้องกันของเวย์เลอร์
ตูมมม!!!
เกิดควันขโมงขึ้นเต็มลานฝึก
"เสร็จฉันล่ะ!!" เวย์เลอร์วิ่งผ่านม่านควันเข้ามาเพื่อจะโจมตีเวเวียร์
"ยังอ่อนหัดเหมือนเดิมเลยนะ" เวเวียร์ใช้ดาบปัดวิถีดาบของเวย์เลอร์ ทำให้เขาพลาดการโจมตีสำคัญไป
"แย่ล่ะสิ!" ควันเริ่มจางลง ทำให้เธอเริ่มเห็นเวย์เลอร์
"ย้าาาาาาากกกก" เวเวียร์พุ่งเข้าฟันเวย์เลอร์ ก่อนที่เขาจะใช้ดาบทั้งสองกันไว้ได้อีกครั้ง
"เพลงดาบวิหคคู่!!" เวย์เลอร์เริ่มร่ายเวทย์โจมตีบ้าง
"หึ! รู้อยู่แล้วหนิ ว่าท่านั้นทำอะไรฉันไม่ได้" เวเวียร์เริ่มร่ายเวทย์อีกครั้ง คราวนี้วงเวทย์เริ่มปรากฏขึ้นรอบตัวทั้งสอง
"ได้โอกาสล่ะ!" เวย์เลอร์หยุดร่ายเวทย์ปัจจุบัน แล้วเริ่มร่ายเวทย์อันใหม่
"ชิ! หลอกกันเรอะ" ถึงเธอจะเริ่มรู้ตัว แต่เธอก็ตั้งรับการโจมตีไม่ทันแล้ว
"วอยด์ เซอร์คัส(Void Circus)!!!" เวย์เลอร์เริ่มใช้ท่าเดียวกับที่เคยใช้กับชายใหญ่มาก่อน แสงสีขาวเริ่มปรากฏขึ้นมา
"เอเลเมนท์ เบรคเกอร์(Element Breaker)!!!!" เมื่อเวเวียร์พูดจบ แสงสีขาวนั่นก็สลายหายไป
"อึก! เวทย์นั้นอีกแล้วเหรอ!" เวย์เลอร์เริ่มไม่สบอารมณ์
"ให้ตายสิ ถ้าฉันร่ายช้ากว่านี้คงแพ้ไปแล้วล่ะ" เวเวียร์เริ่มตั้งท่าที่จะเข้าต่อสู้อีกครั้ง
"เอาไงต่อล่ะ?" เวย์เลอร์พยามตั้งท่าตั้งรับอีกครั้ง
"ประลองดาบทั่วไปดีมั้ยล่ะ" เวเวียร์เริ่มจู่โจมอีกครั้ง
"ก็ได้" เวย์เลอร์ทิ้งดาบมุรามะสะไป แล้วใช้ดาบมาสะมุเนะเข้าต่อสู้
"ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วน่ะเหรอ ว่าฉันเก่งประลองดาบด้านกายภาพมากกว่าเธอน่ะ" ในตอนนี้ ดาบทั้งสองก็ได้ปะทะกันโดยตรงแล้ว
"เอาจริงๆเลยนะ ฉันไม่คาดหวังอะไรจากการดวลดาบแบบธรรมดาพรรณนี้หรอกนะ" เวเวียร์พูด พลางกวัดแกว่งดาบเพื่อป้องกันดาบของเวย์เลอร์ และโจมตีไปด้วย
"แล้วจะทำทำไมล่ะ เพื่อถ่วงเวลาทำอะไรซักอย่างรึไง"
"รอดูเอาเองก็แล้วกัน" เวเวียร์เริ่มถอยออกมา
"คาเอ็น โนะ ทานิ (火炎の谷 หุบเขาแห่งเพลิง)!!!" เวเวียร์เริ่มร่ายเวทย์อีกครั้ง ทันไดนั้น ไฟก็เริ่มลุกโชนในบริเวรรอบๆที่เวย์เลอร์ยืนอยู่
"อะไรกัน! ท่าใหม่ยังงั้นเหรอ!!" เวย์เลอร์ทำท่าจะร่ายเวทย์ใหม่
"ไม่คิดรึไงว่าช่วงว่างๆน่ะ ฉันไม่ได้ฝึกท่าใหม่มาเลย"
"อะไรกัน ร่ายเวทย์ไม่ได้.......ร้อนโว้ยยยยยย!!!" เวย์เลอร์เริ่มลงไปคุกเข่ากับพื้น
"จบแล้วล่ะนะ" เวเวียร์โยนดาบของตนขึ้นไปข้างบน ก่อนมันจะหายไปพร้อมกับเปลวไฟที่อยู่รอบๆตัวของเวย์เลอร์


หลังจากจบการประลอง เวย์เลอร์ก็ไปนั่งพักที่ข้างลานฝึก ให้ฮารุกะช่วยทำแผลที่เกิดจากเวทย์เล็กๆน้อยๆให้
"ให้ตายสิ....มาตกมเาตายเพราะท่าสุดท้ายท่าเดียวเนี่ยนะ" เวย์เลอร์ทำหน้าหนักใจ
"แต่ถึงอย่างนั้น เซ็นเซย์ก็ยังสุดยอดเหมือนเดิมเลยนะคะ" ฮารุกช่วยพูดให้กำลังใจ
"ว่าแต่......ทำไมตอนเธอใช้เวทย์ใหม่นั้น ทำไมฉันถึงใช้เวทย์ไม่ได้ล่ะ" เวย์เลอร์หันไปหาเวเวียร์ซึ่งนั่งอยู่ไม่ไกลนัก
"ก็มันเป็นผลติดต่อมาจากเอเลเมนท์ เบรคเกอร์น่ะ แต่ลดวงแคบเหลือแค่จุดที่มีเพลิงขึ้น ก็คือรอบๆตัวนายนั่นแหละ"
"งี้นี่เอง ถ้าใช้เวทย์ให้ถูกจังหวะ จะได้คอมโบโหดๆได้สินะ เป็นความคิดที่น่าสนใจดีนี่" เวย์เลอร์ทำหน้าเหมือนกับคิดอะไรดีๆออก
"แต่ว่า.....ทำไมตอนนั้นเซ็นเซย์ถึงไม่ใช้เวทย์ก่อนล่ะคะ"
"หมายความว่าไง" เวย์เลอร์หันไปหาฮารุกะ
"ก็ตอนที่ใช้ดาบดวลกันซึ่งๆหน้าไงล่ะคะ ถ้าใช้เวทย์ทีเผลอ ก็น่าจะพลิกสถานะการณ์ได้"
"เอิม...เธอยังไม่รู้สินะเวทย์ที่เวเวียร์ใช้ครั้งก่อนน่ะ....." ก่อนที่เวย์เลอร์จะพูดจบ เวเวียร์ก็รีบพูดแทรกซะก่อน
"เอเลเมนท์ เบรคเกอร์(Element Breaker) เป็นเวทย์ที่มีคุณสมบัติคล้ายๆกันกับธาตุวอยด์ แต่ก็ไม่ใช่ ความสามรถของเวทย์นี้น่ะ จะทำให้เวทย์ธาตุอื่นๆในระยะไม่เกิน 20 เมตร เกิดการเสื่อมสลาย และทำให้ทุๆคนในระยะนั้น ไม่สามารถใช้เวทมนตร์ได้ ไปในชั่วขณะ ทำให้ในช่วงนั้น จะสามารถโจมตีทางกายภาพตรงๆได้อย่างเดียว ซึ่งนั้นเป็นจุดอ่อนเพียงอย่างเดียวของเวทย์นั้น เพราะฉันไม่เก่งทางด้านกายภาพ"
"ก็เป็นอย่างที่ว่านั่นแหละ แล้วก็นะ เวทย์นั้นเป็นเวทย์ยูนีค(Unique) ทำให้มีแค่ยัยนั่นคนเดียวเท่านั้นที่ใช้เวทย์นี้ได้"
"เป็นแบบนี้นี่เอง...." ฮารุกะทำท่าครุ่นคิด
"แล้วไอ้ท่าไฟตอนท้ายนั่นล่ะ ช่วยบอกรายละเอียดของมันมาหน่อยสิ"
"เข้าใจแล้วล่ะ แต่ถึงบอกไป ยังไงนายก็เอาชนะเวทย์นี้ไม่ได้อยู่ดี" เวเวียร์เยาะเย้ยเวย์เลอร์
"ก็อาจจะจริงละนะ"
"คาเอ็น โนะ ทานิ (火炎の谷) เป็นเวทย์ไฟ ซึ่งเป็นแบบยูนีคอีกนั่นแหละ โดยปกติแล้วมันทำได้แค่จุดไฟรอบๆเป้าหมายภายในเวลาอันรวดเร็วเท่านั้น แต่อยู่ดีๆ ตอนที่ฉันลองใช้เวทย์นี้ต่อจากเอเลเมนท์ เบรคเกอร์ดู ก็พบว่า มันมีความสามรถของเวทย์ก่อนหน้าติดมาด้วย มันก็เลยเป็นเวทย์โจมตีและซัพพอร์ตได้น่ะ"
"งี้นี่เอง....ดูอเนกประสงค์จังเลยนะ ใช้ได้ทั้งโจมตีและซัพพอร์ตเนี่ย"
"ใช้แล้วล่ะ เวทย์แบบนี้ คนแบบนายคงทำไม่ได้หรอก ฮ้าๆๆๆๆ" เวเวียร์หัวเราะเยาะเวย์เลอร์
"หัวเราะเข้าไป...คอยดูสิ เดี๋ยวฉันจะคิดเวทย์เมพๆ มาชนะเธอให้ได้เลย คอยดูสิ!!"
"ได้อยู่แล้ว แล้วฉันจะตั้งตารอดูก็แล้วกัน"

END ตอนที่2

Swordwielder ตอนที่ 1 จอมเวทย์ถือดาบ

"ดูอะไรดีน้า~" เด็กสาวตัวน้อยกำลังทำท่าครุ่นคิดถึงสิ่งที่ตนจะทำ
"หืม?" เธอเหลือบไปเห็นฮอลใหญ่ที่ตั้งอยู่กลางสนามใหญ่ มีเหล่าผู้คนกำลังหลั่งไหลกันเข้าไปในนั้น ด้วยความอยากรู้อยากเห็น เธอจึงลองเดินตามหมู่คนเหล่านั้นเข้าไป
     อะคัทสึกิ ฮารุกะ (赤月 ハルカ) เธอเป็นชาวญี่ปุ่นสัญชาติลูชธาเรีย (เกิดในประเทศนี้) เธออาศัยอยู่กับครอบครัวในชานเมืองของนครหลวงคาลิปต้าร์ วันนี้เป็นวันจัดงานเทศกาลศิลปะการต่อสู้ ซึ่งจะมีการแสดงต่างๆจากทั่วโลกเข้ามาเปิดบูธในงานนี้ ซึ่งสาวน้อยคนนี้เกิดในตระกูลที่เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้โดยใช้ดาบโดยตรง เธอจึงจำเป็นต้องมาที่งานพร้อมกับพ่อของเธอ ช่วงไหนที่ว่าง เธอก็จะมาเดินเล่นเป็นประจำ

     ภายในฮอลขนาดใหญ่นั้น เป็นที่จัดการแสดงต่างๆในตอนเปิดงาน หลังจากพิธีเปิดแล้ว จะเปิดให้ใช้ได้ตามอัธยาศัย สามารถมาทำการประลองฝีมือกันได้ที่นี่ ซึ่งในขณะนี้กำลังเป็นการแข่งประลองดาบกันอยู่
"ว้าววววววว" ฮารุกะร้องขึ้นหลังจากได้เห็นการประลองดาบในนั้น
ฝ่ายหนึ่งนั้นเป็นชาวผิวสีตัวใหญ่ถือดาบเกรทซอร์ดที่มีใบมีดขนาดแทบจะเท่ากับตัวผู้ถือ ส่วนอีกฝ่ายถือดาบเคลย์มอร์ ซึ่งคาดว่าน่าจะเคลือบพลังเวทย์ไว้มากพอสมควร ถึงสามารถที่จะทำให้ดาบคงสภาพโดยไม่โดนแรงของเกรทซอร์ดเล่มนั้นเล่นงานจนแหลกเป็นชิ้นๆ
"ขอชมนะว่านายคงจะมีทริกเกอร์เยอะมาก ถึงสามารถเรียกพลังเวทย์มาเคลือบดาบได้เยอะขนาดนี้ แต่มันจะทนได้ซักแค่ไหนเชียว" ชายหนุ่มตัวใหญ่พูดขึ้นขณะฟันเข้าไปที่ดาบของฝ่ายตรงข้ามอย่างรุนแรงซ้ำไปซ้ำมา
"เป็นแบบนี้...ดูยังไงๆฝ่ายที่ถือเคลย์มอร์ก็เสียเปรียบอยู่ดีนี่นา" ฮารุกะบ่นพึมพำขึ้นมา
"เอาล่ะ รีบจบเรื่องนี้ซักที" ชายใหญ่ง้างดาบขึ้น เตรียมตัวที่จะฟาดดาบลงบนดาบเคลย์มอร์ของฝ่ายตรงข้าม
ฉับ
ดาบเคลย์มอร์ของฝ่ายตรงข้ามแหลกสลายไปอย่างรวดเร็ว
"จบแล้วงั้นเหรอเนี้ย....แย่จังเลย" สาวน้อยทำหน้าเศร้าใจ
"จบแล้วแฮะ เร็วจังเลย...." เสียงของใครบางคนดังขึ้น ทำให้ทุกคนที่อยู่ในฮอลหันไปหาต้นเสียง
เสียงนั้นมาจากเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่น่าจะยืนดูการต่อสู้อยู่ใกล้ๆอยู่นานแล้ว แต่พึ่งทำตัวให้เป็นจุดสนใจไปเมื่อตะกี้
"แกเป็นใครกัน....." ชายหนุ่มร่างใหญ่พูดขึ้น
"ฉันชื่อ เวย์เลอร์ เวอร์เวาร์ด ฉันเห็นฝีมือดาบของนายแล้วมันน่าสนใจดี ขอฉันสู้ด้วยได้มั้ย" ทุกคนในห้องเสียงดังขึ้น
     เวอร์วาร์ด เป็นหนึ่งในตระกูลชนชั้นสูงซึ่งรับใช้ราชวงศ์ที่ปกครองลูชธาเลียมาอย่างยาวนาน เวอร์วาร์ดเป็นหนึ่งในตระกูลที่ขึ้นชื่อเรื่องการใช้เวทมนตร์ชั้นสูง แต่น่าแปลกใจที่เด็กหนุ่มคนนี้กลับมาประลองดาบเป็นหลักแทนที่จะใช้เวทมนตร์
"จะเป็นพวกชนชั้นสูงหรืออะไรก็ช่างเถอะ แต่ถ้าอยู่ในสนามรบมันก็เป็นคนเหมือนกันนั่นแหละ" ชายใหญ่พูดขึ้น
"แล้วจะรอช้าทำไม มาเริ่มกันเลยดีกว่า" เวย์เลอร์ชักดาบออกมาจากฝักทั้งสอง ซึ่งอยู่ทางเอวด้านซ้ายทั้งสองเล่ม น่าแปลกใจที่มันเป็นดาบไม้ รูปทรงดาบของมันเหมือนกับดาบคาตะนะไม่มีผิด
"ดาบไม้เรอะ?" ชายหนุ่มทำหน้างุนงง
"สิ่งที่เห็น ไม่ใช่สิ่งที่มันเป็นหรอก!" เด็กหนุ่มดึงพลังเวทย์จากรอบข้างมาเคลือบดาบทั้งสองไว้ ทำให้ดาบไม้คะตะนะทั้งสองเล่มเริ่มเปลี่ยนเป็นดาบของจริงขึ้นมา
"เดี๋ยวก่อนสิ รูปร่างแบบนั้น....มาสะมุเนะ กับ มุรามะสะนี่นา!!!" ฮารุกะตะโกนขึ้นมา
"มุรามะสะถูกสร้างโดยช่างตีดาบชื่อว่า “เซ็นโง มุรามาสะ” ที่ตีดาบขึ้นด้วยความเคียดแค้น ความริษยา และแรงอาฆาตลงไปจึงได้ชื่อว่าอาวุธของปีศาจ เป็นสัญลักษณ์ของความบ้าคลั่งและกระหายเลือด เป็นที่หวาดกลัวของทุกคน ส่วนมาสะมุเนะนั้นกลับต่างออกไป เพราะเป็นดาบที่สร้างเพื่อต้องการให้ผู้ใช้ดาบปกป้องตนเองจากอันตรายทั้งปวง และนอกจากนั้นยังทำให้ผู้ครอบครองมีจิตใจที่สงบพร้อมสู้รบอย่างสุขุม ไม่เพรี่ยงพร้ำได้ง่าย แต่...ทำไม ดาบทั้งสองชื่อดังของญี่ปุ่นแบบนั้นถึงไปอยู่ในมือของเขาได้ล่ะ..." เด็กสาวคิดสงสัย
"อย่าสงสัยไปเลยสาวน้อย....ฉันแค่ทำดาบไม้เลียบแบบดาบของจริง แล้วค่อยเคลือบเวทย์แล้วเปลี่ยนสะสารข้างในให้เป็นโลหะเท่านั้นแหละ ดาบของจริงยังอยู่ดี ไม่ไปไหนหรอก" ดูเหมือนเขาจะได้ยินที่เด็กสาวพูด จึงตะโกนบอกกลับไป
"การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ว อย่าหันไปมองทางอื่น!!" ชายหนุ่มคนนั้นฟาดดาบเข้ามาหาเวย์เลอร์ด้วยความเร็วสูง
ชิ้ง
เขายกดาบมาสะมุเนะที่ยู่ด้านซ้ายขึ้นมากันกาบของชายใหญ่ได้ทันอย่างฉิวเฉียด
"อึก! ทำไมมันไม่แตก ทั้งที่เป็นแค่ดาบไม้แปลงกายแท้ๆ!!" ชายใหญ่ตกตะลึงกับความแข็งแกร่งของดาบ
"ขอบอกไว้เลยว่าดาบไม้ของฉันไม่ได้เป็นแค่ดาบธรรมดาๆ....ดาบนี้น่ะ เป็นสื่อประกอบทางเวทย์ของฉันด้วย เพราะฉะนั้น เจ้านี่น่ะ จะมีพลังเวทย์ไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา ทำให้มันแข็งเกินดาบไม้ธรรมดา หรืออาจแข็งกว่าดาบของนายอย่างไม่น่าเชื่อเลยล่ะ!!"
ชายใหญ่รีบดึงดาบและถอยห่างออกมา
"ตาฉันบ้างล่ะ!" เด็กหนุ่มวิ่งเข้ามาหาชายใหญ่ ถือดาบทั้งสองให้ใบมีดหันไปด้านเดียวกัน และกระโดดขึ้น.....
"แย่ล่ะ!" ชายใหญ่รีบนำดาบของตนขึ้นมาบังตนเองเอาไว้
"สำเร็จ!" เด็กหนุ่มหมุนตัวกลับลงมา แล้วพุ่งเข้าใส่ชายใหญ่อย่างรวดเร็ว
"ไม่นะ!" ชายหนุ่มคิดได้ว่าถ้าเอาดาบมาบังข้างหน้าคงไม่ทันแน่
"ฉันชนะแล้ว......" เขาใช้ดาบฟันเข้าไปที่ตัวของชายคนนั้น
วิ้ง
"อึก!" เกิดแสงสีขาวขึ้น ดาบทั้งสองปะทะกับอะไรบางอย่างก่อนที่จะถึงตัวของชายคนนั้น ก่อนที่เวย์เลอร์จะกระเด็นออกไปไกล
"ปฏิกิริยาต่อต้านของธาตุงั้นเหรอ!" ฮารุุกะตะโกนขึ้นอีกครั้ง
"ไม่นึกเลยว่าบาเรียร์ธาตุแสงที่ฉันกางไว้บางๆ มันจะสะท้อนกับดาบธาตุมืดของแกได้"
"ผิดแล้วล่ะ....." เด็กหนุ่มพยุงตัวขึ้น แล้วพูดขึ้นมา
"ดาบของฉันที่โดนบาเรียร์ไปน่ะ เป็นธาตุแสงต่างหาก!"
"อะไรนะ!"
"เวทย์ธาตุตรงข้ามน่ะ จะสะท้อนกันก็เป็นเรื่องปกติ แต่ดาบของฉันน่ะ เล่มหนึ่งเป็นธาตุแสง อีกเล่มเป็นธาตุมืด" เวย์เลอร์ตั้งท่าดาบไว้ แล้ววิ่งเข้าหาชายใหญ่ พร้อมที่จะพุ่งเข้าหาแบบเดิมอีกครั้ง
"เปล่าประโยชน์!!!" ชายใหญ่ตั้งดาบใหญ่ไว้ เพื่อป้องกันการโจมตีของเขา
"ลองคิดดูสิว่า ถ้าฉันใช้อาวุธธาตุตรงข้ามพร้อมกันจะเกิดอะไรขึ้น...."
"หรือว่า!!!" ชายใหญ่คิดขึ้นได้
"อาวุธธาตุตรงข้าม ถ้าใช้โจมตีพร้อมกันล่ะก็....มันจะเปลี่ยนจากธาตุต้นเป็นธาตุวอยด์(ว่างเปล่า)!" ดาบทั้งสองของเวย์เลอร์กำลังเข้าปะทะกับเกรทซอร์ดของชายใหญ่ ทำให้เกิดแสงสีขาวขึ้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างออกไป
"และธาตุวอยด์น่ะ....มีคุณสมบัติหักล้างทุกธาตุ....ที่นี้ก็ขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ที่แต่ะคนมีอยู่แล้วล่ะ...ว่าใครจะชนะ!!"
ตูม
ชายใหญ่กระเด็นออกไปชนกับขอบของเวที พร้อมกันกับที่ดาบของเขาหักเป็นสองท่อน
"สุดยอดดดดดดดด!!! เขาคนนั้นไม่ได้ใช้แค่ค่าของพลังเวทย์ในการต่อสู้อย่างเดียว แต่ใช้หลักของธาตุในการต่อสู้ด้วย สุดยอด สุดยอด สุดยอด!!!!!" สาวน้อยฮารุกะตะโกนขึ้นมา


"ให้ตายสิ เหนื่อยเป็นบ้าเลย" หลังจากการประลอง เวย์เลอร์ก็ออกมาจากฮอล และนั่งพักตรงบันไดทางขึ้นฮอล
"นี่น้ำค่ะ" ฮารุกะเดินมา และนำน้ำให้กับเวย์เลอร์
"ขอบใจ" เวย์เลอร์เปิดขวดน้ำ แล้วดื่มน้ำเข้าไป
"พรูดดดดดดดดดดด" เวย์เลอร์พ่นน้ำที่ดื่มเข้าไปเมื่อกี้
"เดี๋ยวๆๆ เธอเป็นใครเนี่ย!" เวย์เลอร์หันมาหาฮารุกะ
"หนูชื่ออะคัทสึกิ ฮารุกะ อายุ13 ค่ะ!!" เธอแนะนำตัว
"อ๋อ เด็กคนที่ตะโกนเมื่อตอนฉันสู้นี่เอง....เดี๋ยวนะ เมื่อกี้เธอบอกว่าอะคัทสึกิงั้นเหรอ..." เวย์เลอร์ทำหน้าครุ่นคิด
"ใช่แล้วค่ะ พ่อของฉันเป็นเจ้าสำนักดาบอะคัทสึกิ ชื่อว่า...."
"อะคัทสึกิ ฮามุระ..." เวย์เลอร์พูดขึ้นมา
"เห แสดงว่ารู้จักกับพ่อของฉันสินะคะ!!"
"แหงล่ะ เขาเคยมาสอนวิชาดาบที่บ้านฉันบ่อยๆนี่นา"
"งี้นี่เอง ว่าแล้วว่าทำไมบางวันท่านพ่อชอบออกจากบ้านแล้วบอกว่า'ไปทำงาน'แล้วหายหน้าไปหลายวันเลย"
"ก็คงเป็นแบบนั้นแหละ....ว่าแต่ ลูกสาวบ้านอะคัทสึกิต้องการอะไรจากจอมเวทย์ดาบตระกูลเวอร์วาร์ดกันล่ะ?"
"จริงสิ ลืมเรื่องนั้นไปเลย" เด็กสาวทำท่าครุ่นคิด
"อยากจะขอเป็นลูกศิษย์หน่อยได้มั้ยค่ะ!"
"เอาจริงดิ!" เวย์เลอร์ทำหน้าหนักใจ
"พอเห็นทักษะการฟันฟันดาบของคุณแล้ว มันสุดยอดมากเลยค่ะ บางที...อาจจะยอดกว่าวิชาดาบของพ่อหนูก็ได้"
"เฮ้ยๆ ใครจะไปสู้เจ้าปิศาจดาบดำกระหายเลือดนั่นได้กันเล่า!"
"แต่ว่านะ ยังไงก็อยากเป็นศิษญ์ของคุณอยู่ดีล่ะ!!!"
"พอเลยๆ กลับไปรำดาบกับพ่อของเธอเลย ยังไงซะ ฉันก็เรียนดาบมาจากพ่อของเธอเหมือนกัน ฝีมือมันก็ไม่ต่างกันหรอก"
"แต่ว่านะ...วิชาดาบของอะคัทสึกิน่ะ ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับเวทมนตร์เลยนะ...แล้วก็ ท่านพ่อก็ไม่สอนวิชาดาบให้ด้วยอ่ะ" เด็กสาวทำหน้าตาสะอึกสะอื้น
'ฉิบหายละ' เวย์เลอร์คิดในใจ
"เอาเถอะ ถึงฉันจะยอมให้เธอเป็นศิษย์ แต่พ่อของเธอจะยอมมั้ยล่ะ"
"ตระกูลเราให้สิทธิเสรีในการหาการศึกษาอย่างเสรีอยู่แล้วล่ะ.....แล้วหนู่ก็ไปขออณุญาตพ่อมาแล้วด้วย"
"นี่ไปเตรียมการมาก่อนแล้วเรอะ!!!!" เวย์เลอร์รู้สึกหนักใจ
"ได้สินะคะ...." ฮารุกะทำหน้าตาเจ้าเล่ห์
"ฮึ้ยยย...."
"เข้าใจแล้ว.....ถ้าพร้อมเมื่อไหร่ก็มาที่บ้านฉันได้เลย..." หลังจากที่พูดออกไปแล้ว มันก็ทำให้เขารู้สึกเหนื่อยใจ
"เอาล่ะ! งั้นต่อไปนี้หนูจะเรียกคุณว่าเซ็นเซย์(先生 อาจารย์)ก็แล้วกันนะ!"
"เอาจริงดิ!"

END ตอนที่ 1

黒刀 แนะนำตัว+นิยายเรื่องใหม่

สวัสดีครับ ผมเป็นนักเขียนคนหนึ่ง ใช้นามปากกาว่า 黒刀 (โคคุโต,ดาบดำ) ส่วนมากชอบนิยายแนวไซไฟแฟนตาซี เติมโรแมนติกนิด ฮาเร็มหน่อย จิตวิทยาเล็กน้อย ดราม่าเยอะๆ จิตๆก็ได้ ตอนนี้มีผลงานอยู่เรื่องเดียวคือ Swordwielder ตำนานนักดาบจอมเวทย์ สามารถไปอ่านได้ที่เว็บเด็กดี หรืออ่านในบล็อกนี้ได้ตามแต่สะดวกเบย

อ่านSwordwielderในเด็กดี

อ่านSwordwielderในบล็อกนี้